สาเหตุเกิดจากชายผู้ประสบอุบัติเหตุคนนี้ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อเปลี่ยนหลอดไฟ แต่หลอดไฟร้อนจัด เลยหลุดจากมือ แล้วหล่นแตกบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาก้าวลงจากเก้าอี้ แล้วบังเอิญไปเหยียบเอาเศษ แก้วที่แตกอยู่ ทำให้เป็นแผลติดเชื้อรุนแรง จากเศษแก้วหลอดไฟที่มีสารปรอท เคลือบอยู่
สิ่งแรกที่จะต้องทำหลังจากที่หลอดไฟเกิดแตกอย่างกะทันหันนั้น คือ ควรจะรีบอพยพทุกคนที่อยู่ภายในห้องนั้นออกมาให้หมด และไม่ควรเข้าไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพราะจะมี สารปรอท (สารพิษ) ที่อยู่ในหลอดไฟ ฟุ้งกระจายออกมาทั่วบริเวณ ซึ่งหากสูดดมสารปรอทเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน วิงเวียนศีรษะได้ และสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ หากสัมผัสหรือสูดดมสารนี้เข้าไป อาจทำให้ผิวหนังเกิดผดผื่นคันและแพ้อย่างรุนแรงได้
หากจะทำความสะอาดหลอดไฟที่แตก ก็ไม่ควรทำความสะอาดเศษของหลอดไฟด้วยเครื่องดูดฝุ่น เพราะมันจะทำให้สารพิษแพร่กระจายไปยังห้องอื่นๆ ได้ เมื่อใช้เครื่องดูดฝุ่นเครื่องเดียวกันในครั้งต่อไป ฉะนั้นควรจะทำความสะอาดด้วยไม้กวาดหรือแปรง และเก็บเศษหลอดไฟและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้นั้นในถุงปิดผนึก และนำไปทิ้งนอกอาคารในถังประเภทสำหรับทิ้งวัตถุอันตราย
รับซื้อ - ขาย แลกเปลี่ยน จัดไฟแนนซ์ รถยนต์ ทุกชนิด 51/18 หมู่10 ถนนราชพฤกษ์ตัดจรัญ13 ภาษีเจริญ บางแวก กรุงเทพมหานคร 10160
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556
แจ้งข่าว...!!!
แจ้งข่าว...ช่วงนี้มีแตงโมวางจำหน่ายตามท้องตลาดเยอะมากคับ ถ้าท่านซื้อแตงโม ถ้าผ่าออกมาแล้วเห็นแตงโมมีลักษณะเหมือนในภาพนี้ ห้ามรับประทานนะคับ เพราะแตงโมผลนั้นผ่านการฉีดสารเร่งสีแดงคับ...แชร์ต่อๆกันไปด้วยนะคะ
วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556
กรุงเทพ 21 จุดที่ท่วมบ่อยที่สุด>>>>
ฝนตกรถเป็นเรื่องปรกติแต่ถ้า ติดเป็นชั่วโมง ๆ ก็ทำให้เราเสียสุขภาพจิตได้เหมื อนกัน วันนี้เรามีถนนที่รถติดที่สุดเม ื่อมีฝนตกลงมา ซึ่งหากใครที่ผ่านเส้นทางนั้นจะ ได้หลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให ้ช่วงเย็น ๆ ฝนตกแทบจะทุกวันหากใครที่หลีกเล ี่ยงเส้นทางเหล่านี้ได้ก็ให้เลื อกทันทีครับ อ้อม ๆ แต่รถไม่ติดยังดีกว่านะคะ
อาจจะดูแล้วไม่สำคัญอะไรมากมายน ัก แต่ ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะกับคนที่ใช้รถใช้ถนน ทั้งหลายที่อาจจะเบื่อกับการผจญ การจราติดขัดไม่เว้นแต่ละวัน
สถานที่ต่างๆ 21 แห่ง ต่อไปนี้ ได้รับการระบุว่า มันควรหลีกเลี่ยงทันทีเมื่อพบว่ าสภาวะลมฟ้าอากาศ เกิดฝนตกหนัก ทำให้ ที่เหล่านี้เป็นจุดวิกฤต และเพื่อประหยัดเวลา รวมถึงน้ำมัน ซึ่งเราควรจะเลี่ยงทันที ดังต่อไปนี้
1.รัชดาภิเษก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน
2.ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แยกห้วยขวาง แยกหน้าเขต
3.ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด
4.ถนนประชาสุข แยกประชาสุข-แยกห้วยขวาง
5.หน้าโรงเรียนพิบูล-แยกด่วนดิน แดง(คู่ขนาน)
6.หน้า สน.พญาไท-แยกศรีอยุธยา
7.รามคำแหงขาออก-เข้ารามคำแหง 21-26 ช่องทางซ้าย
8.รามคำแหงซอย 24
9.รามคำแหงซอย 26
10.ถนนรัชดาภิเษก ขาออก หน้าสถานทูตจีน
11.ถนนเพชรบุรีขาเข้า แยกเป๊ปซี่-อโศกเพชรบุรี
12.แยกอโศก-แยกอโศกเพชรบุรี
13.แยกแม่พระ-แยกพระราม 9 (ช่องทางซ้าย)
14.ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกหน้าร.1 รอ.-สโมสรทหารบก
15.หน้า NBT-ใต้ทางด่วนดินแดง
16.อโศกทางลัด ซอย31 ,33 และ 39
17.ถนนพลหโยธินขาออก ก่อนถึงแยกเกษตร (ช่องทางซ้าย)
18.ถนนนครชัยศรี บริเวณหน้ากรมสรรพสามิต
19.ถนนรัชดาภิเษก หน้าฟอร์จูนขาเข้า-แยกพระราม 9
20.ถนนพัฒนาการ ซ.9-ซ.17
21.ถนนพัฒนาการ ซ.13, ซ.15 , ซ.17 บริเวณตรงข้ามบริษัททรู
อาจจะดูแล้วไม่สำคัญอะไรมากมายน
สถานที่ต่างๆ 21 แห่ง ต่อไปนี้ ได้รับการระบุว่า มันควรหลีกเลี่ยงทันทีเมื่อพบว่
1.รัชดาภิเษก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน
2.ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แยกห้วยขวาง แยกหน้าเขต
3.ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด
4.ถนนประชาสุข แยกประชาสุข-แยกห้วยขวาง
5.หน้าโรงเรียนพิบูล-แยกด่วนดิน
6.หน้า สน.พญาไท-แยกศรีอยุธยา
7.รามคำแหงขาออก-เข้ารามคำแหง 21-26 ช่องทางซ้าย
8.รามคำแหงซอย 24
9.รามคำแหงซอย 26
10.ถนนรัชดาภิเษก ขาออก หน้าสถานทูตจีน
11.ถนนเพชรบุรีขาเข้า แยกเป๊ปซี่-อโศกเพชรบุรี
12.แยกอโศก-แยกอโศกเพชรบุรี
13.แยกแม่พระ-แยกพระราม 9 (ช่องทางซ้าย)
14.ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกหน้าร.1 รอ.-สโมสรทหารบก
15.หน้า NBT-ใต้ทางด่วนดินแดง
16.อโศกทางลัด ซอย31 ,33 และ 39
17.ถนนพลหโยธินขาออก ก่อนถึงแยกเกษตร (ช่องทางซ้าย)
18.ถนนนครชัยศรี บริเวณหน้ากรมสรรพสามิต
19.ถนนรัชดาภิเษก หน้าฟอร์จูนขาเข้า-แยกพระราม 9
20.ถนนพัฒนาการ ซ.9-ซ.17
21.ถนนพัฒนาการ ซ.13, ซ.15 , ซ.17 บริเวณตรงข้ามบริษัททรู
วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
อาการต่าง ๆ ของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน สามารถบอกอะไรเราได้หลายๆ อย่างคะ เพียงแค่ใส่ใจ และสังเกตเห็น โรคร้ายก็ไม่สามารถทำอันตรายเราได้
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่าง ๆ
1. มะเร็งปากมดลูก
อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบ เดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวด และมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
2. มะเร็งในมดลูก
อาการมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อ หรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3. มะเร็งรังไข่
อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย น้ำหนักลด และมีอาการปวดหลัง
4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย)
อาการเหนื่อยง่ายแ ละมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่าย โดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืด และเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวม ที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
5. มะเร็งปอด
อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออก และมีเสมหะปนมากับน้ำลาย น้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกแล ะหายใจลำบากห รืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6. มะเร็งตับ
อาการ ปวดในช่อง ท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
8. มะเร็งสมอง
อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็นตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือการเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วน ของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
9. มะเร็งในช่องปาก
อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน
10. มะเร็งในลำคอ
อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอ ที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร
อาการ น้ำหนักลดลง อย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้อง หรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
12. มะเร็งทรวงอก
อาการ มีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวม หรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น มีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณ ใต้รักแร้ บางครั้งอาจมีตุ่ม หรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านม เป็นเวลานาน ควรระวัง เพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คน จะมีอาการบวมของก้อนเนื้อ บริเวณทรวงอก โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนัง ที่เรียกว่าซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้น ให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่
13. มะเร็งลำไส้
อาการ น้ำหนัก ลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมาก และระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออก ปนมากับอุจจาระ
*ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้ว เลือดมีสีแดงสดนั่น คืออาการของริดสีดวงทวาร แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรค มะเร็งในลำไส้
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการ มีก้อน บวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อ ในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิว หนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพอง ที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็น เวลานาน ตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้น และมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้ อาการอันตราย อีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วย เซลล์ที่มีเมลานิน สะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ ว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ
อาการต่าง ๆ ของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน สามารถบอกอะไรเราได้หลายๆ อย่างคะ เพียงแค่ใส่ใจ และสังเกตเห็น โรคร้ายก็ไม่สามารถทำอันตรายเราได้
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่าง ๆ
1. มะเร็งปากมดลูก
อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบ เดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวด และมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
2. มะเร็งในมดลูก
อาการมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อ หรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3. มะเร็งรังไข่
อาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย น้ำหนักลด และมีอาการปวดหลัง
4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย)
อาการเหนื่อยง่ายแ ละมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่าย โดยไม่ทราบสาเหตุ และมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืด และเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวม ที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
5. มะเร็งปอด
อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออก และมีเสมหะปนมากับน้ำลาย น้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บหน้าอกแล ะหายใจลำบากห รืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6. มะเร็งตับ
อาการ ปวดในช่อง ท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
8. มะเร็งสมอง
อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียน หรือการผิดปกติของการมองเห็นตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือการเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วน ของร่างกายหยุดทำงาน เช่น มีอาการชา และเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษ หากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
9. มะเร็งในช่องปาก
อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือก เนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำ หรือเป็นเวลานาน
10. มะเร็งในลำคอ
อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอ ที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร
อาการ น้ำหนักลดลง อย่างรวดเร็ว อาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้อง หรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
12. มะเร็งทรวงอก
อาการ มีเลือด หรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวม หรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้น มีก้อนบวมจนจับได้ เมื่อคลำบริเวณ ใต้รักแร้ บางครั้งอาจมีตุ่ม หรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านม เป็นเวลานาน ควรระวัง เพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คน จะมีอาการบวมของก้อนเนื้อ บริเวณทรวงอก โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนัง ที่เรียกว่าซีสต์ ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้น ให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่
13. มะเร็งลำไส้
อาการ น้ำหนัก ลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมาก และระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออก ปนมากับอุจจาระ
*ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้ว คือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้ว เลือดมีสีแดงสดนั่น คืออาการของริดสีดวงทวาร แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรค มะเร็งในลำไส้
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการ มีก้อน บวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อ ในบางส่วนของร่างกายมะเร็งผิว หนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพอง ที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็น เวลานาน ตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้น และมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้ อาการอันตราย อีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วย เซลล์ที่มีเมลานิน สะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ ว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อน คุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ
วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556
ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ขับรถลุยน้ำท่วม ระวังประกันภัยไม่รับผิดชอบ!!!
หลายคนอาจสงสัยว่าในกรณีที่เราข ับรถยนต์ลุยน้ำท่วมแล้วรถเสียนั ้นประกันจะให้ความคุ้มครองหรือไ ม่ หากท่านทำประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ก็ต้องบอกว่าคุ้มครอง แต่ในความคุ้มครองนั้นก็ยังมีเง ื่อนไข ประกันภัยอาจปฏิเสธในกรณีถ้ารถเ สียจากการขับรถไปลุยน้ำท่วม แต่จะรับผิดในกรณีที่รถจอดอยู่ก ับที่และไม่ติดเครื่อง เช่น จอดอยู่ในบ้านและหนีน้ำไม่ทัน
ต้องยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่ฝนต กหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง หลายพื้นที่ในกทม.ต้องเจอกับน้ำ ท่วมขังเสมอ จนบางครั้งก็ทำให้รถยนต์ขนาดเล็ กขับขี่สัญจรด้วยความยากลำบาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้ น เพราะรถอาจดับกลางอากาศหรือเกิด ความเสียหายได้
กรณีที่น่าจะเข้ากับสถานการณ์ช่ วงนี้น่าจะเป็นกรณีแรก คือ ขับรถไปลุยน้ำท่วม น้ำเข้าเครื่องยนต์เครื่องดับ การแก้ไขทำได้ยากหรือบางเคสต้อง เปลี่ยนเครื่องใหม่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจสูงถึ งหลักแสน การที่คุณขับลุยไปฝ่าไป ทั้งที่รู้ว่าน้ำท่วมขังสูง ประกันภัยอาจใช้เป็นเงื่อนไขในก ารปฏิเสธความรับผิดชอบ เพราะถือว่าเจตนานำรถไปให้เกิดค วามเสียหาย ดังนั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่การแจ้งเคลมกับ พนักงานเคลมว่าลักษณะการเกิดเหต ุเป็นเช่นไร เพราะใช่ว่าทุกครั้งที่ขับรถไปแ ล้วจะเจอน้ำท่วม คุณอาจไม่ทราบว่าข้างหน้ามีน้ำท ่วมถนนสูงมากจนขับรถผ่านไม่ได้ จึงควรแจ้งเคลมโดยบอกว่าเป็นเหต ุสุดวิสัย ไม่ใช่การเจตนาหรือจงใจ ส่วนทางประกันจะหาหลักฐานหรือโต ้แย้งอย่างไรก็ค่อยว่ากันไป
เนื่องจากบริษัทประกันภัยแต่ละแ ห่งมีรายละเอียดแตกต่างกัน ควรศึกษาข้อมูลบริษัทประกันภัยแ ละเงื่อนไขของประกันภัยที่คุณได ้ทำไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่รถยน ต์ พยายามติดตามข่าวสารสภาพการจราจ ร และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่ วมขังจะดีกว่า
ต้องยอมรับเลยว่าทุกครั้งที่ฝนต
กรณีที่น่าจะเข้ากับสถานการณ์ช่
เนื่องจากบริษัทประกันภัยแต่ละแ
เรื่องของยาง กับ ฝนตก
เรื่องของยาง กับ ฝนตก
-อายุยาง 3 ปี 50,000 กิโล ถ้าใช้รถมากต่ำกว่า Marker ต้องเปลี่ยน
-ใข้รถน้อย ถ้ายาง 4-5 ปี ดอกยังเต็ม ใช้ต่อได้ แต่ยางจะแข็งหน่อย
-ร่องยางเป็นตัวรีดน้ำ ถ้ามีเศษหินไปขัด อาจเหินน้าได้ ให้รีบงัดออก
-ลายดอกยางด้านข้างถ้าสึกไม ่เท่ากันรีบให้ช่างตรวจสอบช ่วงล่าง
-ดอกยางด้านข้างเป็นส่วนยึก เกาะถนน ถ้ามีเศษหิน ให้รีบงัดออก
ถ้าต้องเปลี่ยนยางใหม่ เลือกตามการใช้งาน ดังนี้
1.ยาง Slic
สำหรับรถแข่งทางเรียบแห้ง รถบ้านไม่เหมาะเพราะฝนตกจะล ื่นมากๆ
2.ยาง 2 ทาง
เป็นที่นิยม รีดน้ำ-เกาะถนนได้ดี สลับยางได้ทุกตำแหน่ง ก่อนซื้อสังเกตุดอกยางซ้าย- ขวาจะสวนทางกัน
3.ยางทิศทางเดียว ( Rotation)
ยางชนิดนี้จะรีดน้ำได้ดีกว่ าแบบแรก สังเกตหลายดอกยางจะไปในทางเ ดียวกัน แก้มยางจะพิมพ์ Rotation ข้อเสีย สลับยางได้เฉพาะหน้า-หลังฝั ่งเดียวกัน ถ้าจะสลับข้ามอีกฝั่งต้องถอ ดยกไปทั้ง MAX
-อายุยาง 3 ปี 50,000 กิโล ถ้าใช้รถมากต่ำกว่า Marker ต้องเปลี่ยน
-ใข้รถน้อย ถ้ายาง 4-5 ปี ดอกยังเต็ม ใช้ต่อได้ แต่ยางจะแข็งหน่อย
-ร่องยางเป็นตัวรีดน้ำ ถ้ามีเศษหินไปขัด อาจเหินน้าได้ ให้รีบงัดออก
-ลายดอกยางด้านข้างถ้าสึกไม
-ดอกยางด้านข้างเป็นส่วนยึก
ถ้าต้องเปลี่ยนยางใหม่ เลือกตามการใช้งาน ดังนี้
1.ยาง Slic
สำหรับรถแข่งทางเรียบแห้ง รถบ้านไม่เหมาะเพราะฝนตกจะล
2.ยาง 2 ทาง
เป็นที่นิยม รีดน้ำ-เกาะถนนได้ดี สลับยางได้ทุกตำแหน่ง ก่อนซื้อสังเกตุดอกยางซ้าย-
3.ยางทิศทางเดียว ( Rotation)
ยางชนิดนี้จะรีดน้ำได้ดีกว่
วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556
เคล็ดลับการเคลมประกันศูนย์ฯ ที่ทุกคนควรรู้
าผู้ที่ทำประกันรถยนต์ จุดประสงค์ก็เพื่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุใดๆ กับรถอันเป็
| |||||
| เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามีเรื่องให้เราชวนปวดเศียรเวียนเกล้าเมื่อเข้าเยือนแฟนเพจของ Nissan Thailand ที่ หน้าสังคมออนไลน์ ซึ่งมีท่านผู้หญิงคนหนึ่งมาตีฆ้องรอ้งป่าว ว่าทางศูนย์ไม่ยอมจัดการเรื่องรถของเธอให้และจะร้องเรียนศูนย์ร้องทุกข์ผู้ บริโภคเพียงเพราะ เธอขับรถโดนเหล็กทิ่มยาง จนยางรั่วเท่านั้น เรื่องที่ชวนอดอมยิ้มกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เราประหลาดใจไปได้ ทันควัน เมื่อมีคนหวังดีมาตอบแต่ก็โดนเหวี่ยงอย่างไม่เป็นท่าและออกปาก ให้ค่ายรถยนต์รับผิดชอบต่อยาง Nissan March ของเธอ ซึ่งทำให้เราต้องมาจับเข่าคุยเรื่องการรับประกันชิ้นส่วนรถยนต์ ที่ปัจจุบันเป็นมาตรฐานใหม่ของรถทุกรุ่น ที่โดยมากมีกำหนดที่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน มาตรฐานใหม่ในการรับประกันชิ้นส่วนยานยนต์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ เราผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์และได้สิทธิในการคุ้มครอง ทว่าเราก็ต้องรู้จักหลักการในการพิจารณาของบริษัท ที่จะมีเป็นรายกรณีไป แม้สิ่งที่จะกล่าวต่อไปจะไม่ถูกต้อง 100% แต่ก็น่าจะให้คุณเข้าใจได้มากขึ้น 1.พื้นฐานรับประกัน สิทธิใหม่ที่เราผู้บริโภคได้รับจากค่ายรถยนต์คือการรับประกันชิ้นส่วน ต่างๆที่มีระยะเวลาตามที่แต่ละค่ายกำหนด แต่แน่นนอนว่า การรับประกันนั้นก็ย่อมต้องมีขอบเขตในการรับผิดชอบ ซึ่งโดยมากทุกชิ้นส่วนจะมีการตรวจเช็คคุณภาพก่อนที่ติดตั้งในรถทุกคัน แต่การรับประกันเข้ามาในการรับผิดชอบชิ้นส่วน ซึ่งอาจจะพบเจอปัญหาได้ภายหลังเมื่อเกิดการใช้งาน ที่เมื่อได้รับการตรวจสอบว่ามีปัญหาจริง ก็จะมีการเคลมโดยเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ในทันที แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำคัญคือต้องไม่เกิดความเสียหายจากการใช้งานของลูกค้า | |||||
| 2. ดัดแปลงรถยนต์ เรื่องสำคัญต้องระวังให้ดี โดยสรุปของพื้นฐานการรับประกันค่ายรถยนต์ง่ายๆคือว่า ชิ้นส่วนนั้นต้องอยู่เหมือนเดิม และเสียด้วยตัวเองไม่ได้เกิดจากการใช้งานของลูกค้า ซึ่งข้อหนึ่งที่ทำให้รถยนต์คันนั้นหมดประกันไปโดยปริยาย คือการดัดแปลงรถยนต์ โดยเฉพาะ การแต่งชิ้นส่วนต่างๆไม่ว่าเครื่องยนต์ หรือระบบไฟ ตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่ ถ้าไม่ได้มีการทำงานโดยช่างของทางบริษัทรถยนต์รายนั้นๆก็หมายถึงการหมด รับประกัน อย่างไรก็ดีในบางกรณีอาจจะเป็นเฉพาะรายการ เช่นติดตั้งระบบ Cruise control แล้วต้องมีการตัดต่อดัดแปลงระบบไฟ ก็อาจจะทำให้ขาดประกันไปได้เฉพาะระบบ แล้วแต่การวิเคราะห์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง 3.อบัติเหตุ ข้อนี้ต้องเคลียร์ให้ดี บางครั้งการรับประกันก็หมดได้ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณคิดว่ารถคุณมีประกันที่ได้รับสิทธิตามชอบ แต่คุณเคยเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ชิ้นส่วนต่างๆได้รับความเสียหาย ซึ่งหากรถของคุณเคยได้รับอุบัติเหตุโดยเฉพาะกรณีชนหนัก แล้วผลที่ชิ้นส่วนเสียหายนั้นเกิดจากอุบัติเหตุนั้น ก็จะไม่เข้าข่ายการรับประกันในทันที 4.อะไหล่ปลอม -ของเทียบเรื่องนี้สำคัญ มีพวกเราจำนวนไม่น้อยกลัวการใช้ศูนย์บริการทั้งๆที่จริงๆ ปัจจุบันศูนย์บริการก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายแพงเท่าไรนัก แต่ถ้าคุณซ่อมอู่นอกบ่อยๆ แล้วยังอยากได้รับการประกันอยู่ก็ควรใช้แต่ของแท้โดยเน้นย้ำกับช่าง และหาโอกาสแวะไปใช้บริการที่ศูนย์บ้างเพื่อที่จะได้มีข้อมูลการเข้าศูนย์ บริการ ใช้ในการอ้างอิง ซึ่งการเข้าศูนย์นั้นจะมีการตรวจเช็คชิ้นส่วนต่างๆด้วย | |||||
| 5.มีปัญหาต้องเข้าศูนย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญหลายคนที่เป็นหรือมีความรู้เรื่องช่างมักคิดว่า ไม่สำคัญในการเข้าศูนย์บริการ แต่ความจริงแล้ว การแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือต้องกลับไปบอกเล่าแล้วให้ช่างประจำศูนย์บริการตรวจ สอบปัญหา แม้จะตรวจไม่พบแต่หากพบอีกครั้งก็มีโอกาสที่จะอยู่ภายใต้การรับประกันสูง แม้จะเกิดเหตุที่อาจจะเสียหายได้จากเราก็ตาม เพราะสามารถยืนยันได้จากข้อมูลที่เรามาให้ไว้ก่อนหน้านี้ แน่นอนทั้งหมดนี้กับการ รับประกันจากค่ายรถยนต์ทั้งหลายอาจจะฟังแล้วดูยุ่งยาก แต่เพียงแค่คุณเข้าใจง่ายๆว่า ถ้าพังเองบริษัทรับผิดชอบ เท่านี้ก็คงช่วยให้หลายคนสบายใจมากยิ่งขึ้น |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






